
การประทะของสองหมู่เมฆา
บอกเล่าโดย filmvirus
เมฆาสัญจร
Cloud Atlas
สำนักพิมพ์มติชน
แปลโดย จุฑามาศ แอนเนียน



ก็นะ ทั้ง ๆ ที่หนังได้รับศักดิ์ศรีเป็นรองวรรณกรรมอยู่ตลอดไม่ใช่ฤา แต่คุณ David Mitchell ก็ไม่ลังเลเลยที่จะยัดเยียดเรื่องเจ้าปานรูปดาวหางของ “เหล่าคนกลับชาติมาเกิด” เหล่านั้นมาเป็นระยะ ๆ หนำซ้ำยังพร่ำสอนศีลธรรมกระป๋องห่วงใยโลกเพื่อเรียกคะแนนกรรมการอีก
The Theory of Clouds
Stéphane Audeguy ประพันธ์
Timothy Bent แปลสำนวนอังกฤษ
สำนักพิมพ์ Harcourt
บางทีคงมีแต่คนยุโรปมั้งที่จะเขียนหนังสือแบบนี้ได้ และที่จริงอาจต้องเจาะจงไปอีกว่าต้องเป็นคนฝรั่งเศสเท่านั้น ถึงจะได้ผลงานที่ชอบโชว์ความเท่ของเท่ชนิดนี้ ก็จริงอยู่แหละที่วรรณคดีอย่าง The Canterbury Tales ของ Geoffrey Chaucer หรือ Don Quixote น่าจะเป็นต้นสายปลายธารของหนังสือซ้อนหนังสือพวกนี้ (เราจะลืมงานของ Italo Calvino, Jorge Luis Borges, Julio Cortazar, Paul Auster ไปได้ไง / อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับชื่อเหล่านี้ได้จากหนังสือ BookVirus เล่ม 1 และ 2)

Stéphane Audeguy ประพันธ์
Timothy Bent แปลสำนวนอังกฤษ
สำนักพิมพ์ Harcourt
บางทีคงมีแต่คนยุโรปมั้งที่จะเขียนหนังสือแบบนี้ได้ และที่จริงอาจต้องเจาะจงไปอีกว่าต้องเป็นคนฝรั่งเศสเท่านั้น ถึงจะได้ผลงานที่ชอบโชว์ความเท่ของเท่ชนิดนี้ ก็จริงอยู่แหละที่วรรณคดีอย่าง The Canterbury Tales ของ Geoffrey Chaucer หรือ Don Quixote น่าจะเป็นต้นสายปลายธารของหนังสือซ้อนหนังสือพวกนี้ (เราจะลืมงานของ Italo Calvino, Jorge Luis Borges, Julio Cortazar, Paul Auster ไปได้ไง / อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับชื่อเหล่านี้ได้จากหนังสือ BookVirus เล่ม 1 และ 2)





แม้ว่าตัวละครใน The Theory of Clouds จะคงความเป็นตัวละครมากกว่าตัวละครที่มีเลือดเนื้ออย่างแท้จริง แต่ในความยาวของหนังสือเพียง 266 หน้า (ภาษาอังกฤษ) เทียบกับตัวละครแบน ๆ ที่ความยาว 574 หน้า (ภาษาไทย) ของ “เมฆาสัญจร” เท่านี้ก็น่าจะอนุโลมแล้วกระมัง
เฉพาะในด้านโครงสร้างของเรื่อง และภาษาการบรรยายเรื่อง The Theory of Clouds ก็กินขาดเสียแล้ว
ดูแค่บทแรก The Study of the Skies
All Children become sad in the late afternoon, for they begin to comprehend the passage of time. The Light starts to change. Soon they will have to head home, and to behave, and to pretend.
หมายเหตุ
อ่านเกี่ยวกับนิยาย New York Trilogy ของ Paul Auster ได้ในบทความ “คู่สัมพัทธ์ คู่วินาศ" ที่เว็บ onopen: http://www.onopen.com/2006/02/1247
อ่าน BookVirus - บันทึกเรื่องนิยายและการ์ตูน ตอน 4 ในเว็บ onopen: http://onopen.com/2008/02/3342
อ่าน BookVirus - บันทึกเรื่องนิยายและการ์ตูน ตอน 3 ในเว็บ onopen:
http://onopen.com/2008/02/3227
อ่าน BookVirus - บันทึกเรื่องนิยายและการ์ตูน ตอน 2 ในเว็บ onopen:
http://onopen.com/2008/02/2963
All Children become sad in the late afternoon, for they begin to comprehend the passage of time. The Light starts to change. Soon they will have to head home, and to behave, and to pretend.
หมายเหตุ
อ่านเกี่ยวกับนิยาย New York Trilogy ของ Paul Auster ได้ในบทความ “คู่สัมพัทธ์ คู่วินาศ" ที่เว็บ onopen: http://www.onopen.com/2006/02/1247
อ่าน BookVirus - บันทึกเรื่องนิยายและการ์ตูน ตอน 4 ในเว็บ onopen: http://onopen.com/2008/02/3342
อ่าน BookVirus - บันทึกเรื่องนิยายและการ์ตูน ตอน 3 ในเว็บ onopen:
http://onopen.com/2008/02/3227
อ่าน BookVirus - บันทึกเรื่องนิยายและการ์ตูน ตอน 2 ในเว็บ onopen:
http://onopen.com/2008/02/2963
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น