5.5.51

My Sassy Book (4) Take Me, Take Me With You เราต่างคว้านรอยอดีตให้กันและกัน

My Sassy Book (4) Take Me, Take Me With You เราต่างคว้านรอยอดีตให้กันและกัน

Take Me, Take Me With You
Written by Lauren Kelly
(สำนักพิมพ์ Ecco - หนึ่งในสายงานของเครือสำนักพิมพ์ Harper Colllins)

หากผังชีวิตดำเนินไปอย่างที่มันควรเป็น Lara Quade (ลาร่า เควด) คงเป็นคนละคนกับสาวอมทุกข์ที่ลากรอยแผลในอดีตไปทุกที่ ป่านนี้เธอคงจะเป็น ลอร์เรน เควด (Lorraine Quade) สาวสดใสหน้าตาดีซึ่งปลอดจากแผลเป็นทั้งบนใบหน้าและร่างกายอย่างที่เธอจำยอมในปัจจุบัน

อดีตร้ายทำให้เธอเป็นคนเก็บตัวและพยายามลืมว่าครั้งหนึ่ง เธอก็เคยมีพ่อ แม่และพี่ชาย รวมทั้งชีวิตที่น่าจะอบอุ่นสุขสำราญดี ถ้าไม่ใช่เพราะปัญหาชู้สาวระหว่างผู้ใหญ่สองคน ซึ่งปูทางไปสู่อุบัติเหตุรุนแรงในเวลาต่อมา

ณ วันนี้ วันที่ ลาร่า ทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่มหาวิทยาลัยปริ้นซ์ตัน เธอแน่ใจว่าเธอได้ทิ้งอดีตที่อยากลืมไว้เบื้องหลัง ไม่มีใครรู้จักเธอในนาม ลอร์เรน อีกต่อไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตที่เปลี่ยวเหงาของเธอจะมีใครสักคนมาช่วยเชิดชูกำลังใจ

จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอได้รับตั๋วคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิคราคาแพงมาในจดหมายลึกลับที่จ่าหน้า L. Quade

ลาร่า ใจจรดใจจ่อว่าใครกันนะที่ล้อเล่นกับเธอ หรือจะเป็นไปได้ว่าอาจมีใครสักคนหวังดีกับเธอ หรือกระทั่งอยากเป็นเพื่อนกับคนแบบเธอ

เฉพาะคนที่รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยและกระหายในมิตรภาพเท่านั้นที่จะซึ้งในความหมายของคำว่า “คนด้อยโอกาส” หากเป็นคนอื่นที่มีโอกาสดีกว่าให้เลือก คงไม่วิ่งเข้าไปเสี่ยงกับนัดบอดแบบน่าสงสัยนี้

ลาร่า ไปนั่งชมคอนเสิร์ตตามนัด ใจระทึกอยู่ตลอดเวลาว่าใครกันที่จะมานั่งและทักทายเธอในเก้าอี้ถัดไป ล่วงไปจนคอนเสิร์ตจบเพลงแรก จึงมีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ แต่งตัวซกมกจำพวกสวมเสื้อหนังสีโคลน แล้วข้างในแอ่นอกโชว์เสื้อยืดแนวเฮฟวี่เมธัล เข้ามานั่งเก้าอี้ติดกับเธอ

ในมาดหนุ่มบ้านนอกไร้วัฒนธรรม เขาบอกเธอว่า เขาเองก็เช่นกันที่ได้มาสัมผัสกับดนตรีคลาสสิคในสถานที่หรูหราแบบนี้เป็นครั้งแรก ใครก็ไม่รู้ส่งตั๋วฟรีมาให้เขาทางจดหมาย
หลังคอนเสิร์ตจบ ลาร่า รู้ว่าเธอควรชิ่งหนีจาก Zed (เซ็ด) ให้เร็วที่สุด แต่ในแววตาของเขาที่ดูคุ้นเคย และความรู้สึกภายในที่เธอยากจะตอบได้ในตัวเธอเอง เธอยอมให้เขาตามไปถึงห้องพัก ห้องที่ไม่เคยมีเพื่อนหน้าไหนทั้งหญิงและชายได้ผ่านด่านเข้าไป ทั้งหลายทั้งปวงเกิดขึ้นเพราะเสียงและท่าทีอ้อนวอนของเขาที่ว่า “Take Me With You” ซึ่งมาพร้อมกับข้อมือของเธอที่ปวดร้าวเพราะถูกกำแน่น

คืนนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่สองของรอยรัก-รอยพยาบาทที่ฝังลึกเหมือนปานแรกเกิด ไม่มีคำนิยามของคำไหนจะมาจำกัดสิ่งที่ เซ็ด กระทำกับ ลาร่า หรือกระทั่งสิ่งที่เธอกำลังจะตอบโต้กลับ เพราะคนที่เคยมีรอยอดีตอันเจ็บปวดเท่านั้นที่จะรู้วิธีเยียวยาและคว้านแผลให้กันและกัน

Take Me, Take Me With You เป็นหนังสือนิยายเล่มแรกของ Lauren Kelly (ลอร์เรน เคลลี่) ซึ่งเป็นนามแฝงอีกนามปากกาหนึ่งของ Joyce Carol Oates (จอยซ์ แครอล โอตส์) นักเขียนหญิงระดับตำนานที่รู้สึกว่าจะถนัดเป็นพิเศษในการเขียนเรื่องผู้หญิงที่มักหักห้ามใจไม่อยู่ เมื่อพบเจอแรงดึงดูดของผู้ชายอันตราย

เท่าที่โม้มาอาจจะฟังคล้ายแนวอาชญากรรมผสมอีโรติกเชิงจิตวิทยา แต่นั่นก็คงเป็นการสรุปแบบตีขลุมไปหน่อย แม้โดยตัวเรื่องจะชวนคาดเดาไปทางนั้นก็ตาม และถึงมันจะไม่ใช่นิยายเซอร์ไพร้ซ์พล็อตแนวใหม่ ๆ ซ้ำตัว Joyce Carol Oates เองก็อาจเขียนเรื่องแนวนี้มาจนปรุ คงมีเรื่องอื่น ๆ ของเธอที่ทำได้ดีกว่าด้วย แต่นี่ก็เป็นหนังสือที่อ่านแล้ววางไม่ลง ไม่ใช่เพราะมันลุ้นระทึก แต่เพราะมันเจาะลึกถึงจิตใจหญิงที่ยากแท้หยั่งถึง ว่ากันแบบเนื้อ ๆ ถึงมิติของคนที่หาความแจ่มกระจ่างได้ยาก อย่างที่หลายคนน่าจะรู้สึกได้ (หากไม่ติดนิยายสืบสวนแนวสูตรสำเร็จมากเกินไป) ว่าในชีวิตจริง ไม่มีใครเป็นแค่เหยื่อ หรือผู้ล่า บางครั้งบางคราวคนที่อ่อนแอที่สุดอาจเป็นได้ทั้งสองอย่างหรือมากกว่า และถ้าไม่ใช่ในเวลาเดียวกันก็คงในเวลาไล่เลี่ยกัน


อย่างเดียวที่ไม่ชอบในหนังสือเล่มนี้ คือการย้อนเล่าอดีตแบบสลับบทกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน

2 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ชอบประเด็น การโหยหากันของจิตวิญญาณหลงทางอะพี่
หนังที่มีอะไรแบบนี้ให้ฟันธงไปเลยว่าจะได้ใจผมแน่ๆ

เอ้อ ชอบLEAVING LAS VEGAS ไหมพี่

/FILMSICK

filmvirus กล่าวว่า...

ขอสารภาพว่า ดู นิโคลาส เคจ เล่นหนังดราม่าทีไรแล้วอดขำไม่ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนพระเอกอาจชอบ Las Vegas ก็ได้